รีไฟแนนซ์บ้าน,รีไฟแนนซ์รถยนต์,รีไฟแนนซ์บัตรเครดิตTM
Login

รีไฟแนนซ์บ้าน
รีไฟแนนซ์บ้าน

รีไฟแนนซ์รถยนต์
รีไฟแนนซ์รถยนต์

รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต
รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต


รีไฟแนนซ์รถจักรยานยนต
ดอกเบี้ย 4 - 5 %
ดอกเบี้ยเริ่มต้น 3.0%
ดอกเบี้ย 25-28%
กู้ 10,000 ผ่อน 5xx บาท / เดือน
" รับจัดหาสินเชื่อบ้านมือสอง รีไฟแนนซ์บ้าน หายอดที่คุณพอใจ "
ID : HOMELOAN 02-194-5171-2 สายด่วน 081-483-5775
 

เปรียบเทียบสินเชื่อบ้าน
ด้วยโปรแกรม CLSHome
11 ธนาคาร 32 แคมเปญ
ขั้นตอน
1.กรอกข้อมูลรายละเอียดเพื่อเปรียบเทียบ
2.เลือกธนาคารที่ท่านสนใจ
3.ส่งเอกสารออนไลน์เข้ามาในระบบได้ทันที
คลิกเข้าสู่โปรแกรม ฟรี
 

สแกนเอกสารรีไฟแนนซ์บ้าน
ส่งแบบออนไลน์ทันที
ส่งเอกสารออนไลน์ทันที
ขั้นตอน
1.เลื่อกธนาคารและลงทะเบียน
2.สแกนเเอกสารส่งเข้ามาในระบบ
3.ธนาคารพิจารณาเอกสารได้ทันที
คลิก ลงทะเบียนใช้บริการ
 
 

บริการจัดหา วงเงิน OD
( หลักทรัพย์ที่ยื่นผ่าน )
บ้านผ่าน ขอ OD เพิ่มได้
ขั้นตอน
1.วงเงิน OD สุงสุด 200 % ของราคาทรัพย์
2.ดอกเบี้ย 1% ต่อ เดือน ไม่ใช้ไม่เสียดอกเบี้ย
3.บ้านผ่อนอยู่ นำมาเป็นหลักทรัพย์ได้ เช่น
ผ่อนบ้านราคา 5 ล้าน นำมาเป็นหลักทรัพย์
ค้ำประกัน OD อีก 5 ล้าน ( คนละวงเงินกับบ้าน )
คลิกลงทะเบียนเพื่อให้ติดต่อกลับ
ปรึกษาเรื่องสินเชื่อบ้าน : ID:HOMELOAN , 02-194-5171-2 สายด่วน 081-483-5775 ( พันธุ์เพชร )
ถ้าท่านมีปัญหารายจ่ายสูงเกรงจะยื่นสินเชื่อไม่ผ่าน รายได้น้อยกู้ไม่ได้
ธนาคารแจ้งให้ไปปิดบัญชีบางรายการ ต้องการรีไฟแนนซ์บ้านย้ายธนาคารเอาเงินเพิ่ม
ต้องการวงเงินสูงเพื่อ นำมาใช้จ่าย ต้องการวงเงินโอดีมาลงทุน
ต้องการย้ายภาระบัตรเครดิตไปไว้ในวงเงินบ้าน ให้เราแนะนำ .กรุณาลงทะเบียนเพื่อ จนท.ติดต่อกลับ
กรอกข้อมูลให้ เจ้าหน้าที่โทรกลับ ให้ข้อมูลเพิ่มเติม
ชื่อ:
: นามสกุล : โทร
วงเงิน:
 
ธนาคารที่สนใจ:
 

รายละเอียด:
***
คำถาม:
ภาพบ้าน:
พิมพ์รหัส:
* พิมพ์ CLS5 (ตัวใหญ่) ในช่องด้านซ้ายมือ***
ส่งข้อมูล:
   
การยื่นเอกสารออนไลน
1. ยื่นได้ทันทีผ่านระบบ CLSHOME
  1.1 โดยการสแกนผ่านเครื่องสแกนอัพโหลดเข้าระบบ
  1.2 โดยใช้ app ในโทรศัพท์มือถือถ่ายรูปแบบสแกนเป็นไฟล์ pdf และส่งเข้ามาในระบบได้ทันที ดูวิธีที่นี่
2. กรณีท่านไม่สะดวกทั้งสองกรณี พนักงานเก็บเอกสารจะเดินทางไปเก็บเอกสารให้ท่านตามจุดที่นัดหมาย และนำมาสแกนลงระบบให้ท่าน
3. ธนาคารที่จะพิจาณาจากเอกสารสแกน ทันที ท่านเดินทางไปธนาคารเมื่อธนาคารอนุมัติแล้วเท่านั้น
   
เอกสารที่จำเป็น
1. ใบสมัครสินเชื่อของแต่ละธนาคาร ( ดาวโหลดได้ในระบบ )
2. เอกสารยินยอมให้ตรวจเครดิตบูโร ( ดาวโหลดได้ในระบบ )
3. เอกสารเกี่ยวกับตัวบ้านดููที่นี่
4. เอกสารเกี่ยวกับตัวผู้กู้ดููที่นี่
ดูวิธีดาวโหลดเอกสารและ อัพโหลดเอกสารได้ ที่นี่
รายชื่อผู้ลงทะเบียน (5 อันดับแรก) :30/10/2557รถลงทะเบียน 9476 : | บ้านลงทะเบียน 809 : | ดูบ้านทั้งหมด
หน้าที่ 1
ชื่อ
บ้าน
ธนาคารที่สนใจ
วงเงิน
โทร
IP
อดิศักดิ์ xxxxxx
098992-xxxx
223.206.166.149
นางสาวปวีร์นุช xxxxxx
CIMB,
UOB,GHB,
600,000
-xxxx
49.230.101.28
ไกรภพ xxxxxx
  
SCB,GHB,
500,000
094365-xxxx
1.46.202.192
ไกรภพ xxxxxx
  
SCB,GHB,
500,000
094365-xxxx
1.46.202.192
สุพจน์ xxxxxx
   เรียนเจ้าหน้าที่สินเชื่อ พอดีผมสนใจรีไฟแนนซ์บ้านครับ จึงขอปรึกษาดังนี้ครับ ผมซื้อบ้านราคา 2,400,000 ที่โครงการกัลปพฤกษ์ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ บ้านติดถนนเมนหลัก โดยกู้เงินจากธนาคารไทยเครดิต วงเงิน 2,200,000 บาท ผ่อนชำระเดือนละ 16,900 บาท ปัจจุบันเงินเดือน 40,000 บาท จ่ายผ่ายกสิกรไทย บ้านจะครบ 36 เดือน ในเดือน มกราคม 2558 นี้ จึงมีคำปรึกษาดังต่อไปนี้ครับ 1. วงเงินให้กู้กี่ % ครับ และพิจารณาวงเงินรีไฟแนนซ์จาก - % จากยอดกู้เดิม (2,200,000 บาท) หรือ - % จากยอดเงินคงเหลือในปัจจุบัน(1,900,000 บาท) หรือ - % จากการประเมินใหม่ครับ 2. ปัจจุบันผมมีภาระสินเชื่อบุคคล(เคยเอามาร่วมลงทุนขายรถมือสองแต่ขาดทุน) ประมาณ 600,000 บาท และยอดในการชำระสินเชื่อบุคคลแต่ละเดือนค่อนข้างสุงกว่าสินเชื่อบ้านมาก จนเงินเดือน 40,000 บาท จะหมุนไม่ทัน(ไม่เคยผิดชำระและไม่ติดบูโรนะครับ) เลยอยากปรึกษาว่าทำอย่างไรผมถึงจะกู้ถึง 2,500,000 บาท รีไฟแนนซ์ได้วงเงินถึงไหม หรือต้องกู้เพิ่ม เช่นกู้อย่างอื่นเพิ่ม เช่น กู้ตกแต่งบ้าน เป็นต้น เพราะผมจะได้มีหนี้ที่เดียว และยอดผ่อนคงไม่สูงเหมือนในปัจจุบันครับ 3. สมมุติถ้ากูได้ 2,500,000 บาท - ถ้าเป็นเงินรีไฟแนนซ์ทั้งก้อน ถ้าผ่อน 30 ปี ต้องผ่อนเดือนละเท่าไหร่ครับ - ถ้าเป็นเงินรีไฟแนนซ์ก้อนนึง กับส่วนที่เหลือเป็นเงินกูเพิ่ม ถ้าผ่อน 30 ปี ต้องผ่อนเดือนละเท่าไหร่ครับ จึงเรียนมาเพื่อปรึกษาครับ ขอแสดงความนับถือ สุพจน์ สืบสำราญ 091-094-7821
BBL,KTB,SCB,KBANK,
KRUNGSRI,GSB,THANACHART,CIMB,
TMB,UOB,GHB,
2,500,000
091094-xxxx
124.120.206.176

รีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร ?

รีไฟแนนซ์บ้าน มีที่มาเริ่มต้นจากการที่เรากู้ยืมเงินกับธนาคารเพื่อซื้อทรัพย์สินในที่นี้คือบ้านและ เรามีสัญญาผูกพันกับธนาคารว่าต้องผ่อนชำระหนี้ดังกล่าวให้หมดภายในกี่ปี โดยสัญญาดังกล่าวมีหลักทรัพย์กรณีนี้คือบ้านเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันๆแต่ละธนาคารก็จะมีอัตราดอกเบี้ยให้กับลูกค้าในตอนเริ่มต้นขอใช้บริการซึ่งส่วนใหญ่ จะล่อใจให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการสินเชื่อบ้าน ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำ ๆในปี ที่ 1-3 โดยหลังจากนั้นก็จะเป็นดอกเบี้ยแบบลอยตัว หรือ MLR- แล้วแต่กรณี เนื่องจากธนาคารมีต้นทุน ไม่สามารถจะให้อัตราดอกเบี้ยต่ำ ไปตลอดอายุสัญญาได้
ดังนั้นเมื่อสิ้นระยะของดอกเบี้ยโปรโมชั่น และเข้าสู่ดอกเบี้ยในอัตราปกติ จะทำให้เราต้องมีภาระผ่อนชำระสูงขึ้นบางครั้งสูงขึ้น 1-2% (เช่นวงเงินกู้ 3 ล้านบาท 2% ต่อปีก็คือ 60,000 บาท หรือคิดเป็นภาระผ่อนชำระเพิ่มขึ้นถึง 5,000 บาท/เดือน) เป็นภาระของผู้ผ่อนชำระ หนทางที่จะแก้ปัญหานี้คือ ย้ายธนาคารไปสู่ธนาคารที่มีดอกเบี้ยต่ำ เหมือนน้ำที่ไหลจากที่สูงสู่ที่ต่ำ ดอกเบี้ยต่ำอยู่ไหนก็จะไหลกันไปทางนั้น การย้ายวงเงินผ่อนชำระนี้เองเรียกว่าการ รี ("ทำซ้ำ")ไฟแนนซ์("การเงิน") คือการรีไฟแนนซ์ (Refinance ) นั่นเอง
นอกจากการสินเชื่อบ้านแบบย้ายธนาคาร (รีไฟแนนซ์) )แล้วยังมีสินเชื่อบ้านสำหรับคนมีบ้านแบบใดอีกบ้าง สินเชื่อที่เกี่ยวกับบ้านมีสองลักษณะคือสินเชื่อสำหรับผู้ที่มีบ้านแล้ว และสินเชื่อสำหรับคนที่ยังไม่มีบ้าน ซึ่งประกอบด้วยสินเชื่อดังต่อไปนี้คือ
- กรณีต้องการซื้อบ้านใหม่
     - สินเชื่อสำหรับซื้อบ้านใหม่ (จากโครงการหรือไม่ใช่โครงการแต่ต้องเป็นบ้านสร้างใหม่)
     - สินเชื่อสำหรับปลูกสร้างบ้านบนที่ดินเปล่า
- กรณีต้องการซื้อบ้านมือสอง
     - สินเชื่ือสำหรับซื้อบ้านมือสอง
     - สินเชื่ือสำหรับซื้อบ้านมือสองพร้อมก่อสร้างหรือตกแต่้งเพิ่มเติม
- กรณีมีบ้านอยู่แล้ว(ยังมีภาระผ่อนชำระ)
     - รีไฟแนนซ์บ้านหลังเดิม(ย้่ายธนาคารไม่มีกู้เพิ่ม)
     - รีไฟแนนซ์บ้านหลังเดิมพร้อมกู้เพิ่ม(ย้่ายธนาคารมีกู้เพิ่ม)
     - กู้เพิ่มจากธนาคารเดิมเพื่ออุปโภคบริโภค(ไม่ย้ายธนาคาร)
- กรณีมีบ้านอยู่แล้ว(ปลอดภาระผ่อนชำระ)
     -บ้านปลอดภาระแล้วนำไปค้ำประกันเงินกู้(รีไฟแนนซ์)เพื่อการอุปโภคบริโภค ( Cash To Home )

จุดประสงค์ในการรีไฟแนนซ์บ้าน

จุดประสงค์ในการรีไฟแนนซ์บ้านเป็นไปในสามลักษณะคือ
หนึ่ง กรณียังผ่อนชำระรีไฟแนนซ์บ้านเืพื่อให้มีภาระผ่อนชำระน้อยลง (ไม่กู้เพิ่ม) หลังจากที่ครบ วาระดอกเบี้ยโปรโมชั่น อาจจะ 1 หรือ 3 ปี แล้วแต่โปรโมชั่นที่คุณรับมาจากธนาคาร เพราะหลังจากนั้นอัตราดอกเบี้ยมักเป็นไปในลักษณะลอยตัว (MLR) หรือ ลอยตัวแล้วมีส่วนลด คือ MLR- ซึง MLR แต่ละธนาคารก็จะไม่เ่ท่ากัน ผู้ที่ต้องการจะรีไฟแนนซ์ก็ต้องมาตรวจสอบดูส่วนต่าง ระหว่างการใช้ดอกเบี้ยอยู่กับธนาคารเดิม กับ ค่าใช้จ่ายหลังจากรีไฟแนนซ์ไปยังธนาคารใหม่ว่ามีส่วนลดให้มากพอที่จะทำเรื่องไฟแนนซ์ไปหรือไม่ซึ่งทุกปี แต่ละธนาคารก็จะแ้ข่งขันกันออกโปรโมชั่นดอกเบี้ย ดึงลูกค้ากันเอง เราก็ต้องมาคอยตรวจสอบว่าที่ไหนดี่ที่สุด เทียบกับที่เราใช้อยู่ บวกลบ แล้วมีกำไรคุ้มค่าก็ดำเนินการย้ายไปได้เลย
สอง กรณียังผ่อนชำระรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อนำส่วนต่างออกมาใช้จ่าย(กู้เพิ่มจากวงเงินเดิม) แบบที่สอง อาจจะทำให้ภาระผ่อนชำระในส่วนของบ้านเพิ่มขึ้น แต่ก็เป็นแนวทางในการหาเงินทุนหมุนเวียน ในกิจการของคุณ หรือ ่ถ้ากรณีคุณนำส่วนต่างที่ได้จากการรีไฟแนนซ์บ้านไปชำระหนี้ในส่วนอื่น เช่น ไปปิดบัตรเครดิตซึี่งอัตราดอกเบี้ยกว่า 25-28% เทียบกับดอกเบี้ยบ้านทถูกกว่า ก็เป็นแนวทางที่น่าสนใจ (แต่คงไม่มีวิธีใดดีไปกว่าไม่เป็นหนี้บัตรเครดิต(ซึ่งดอกเบี้ยแพงที่สุดในระบบ)เลย )
สาม คือกรณีบ้านไม่มีภาระแ้ล้ว รีไฟแนนซ์บ้านวิธีนี้จะได้ต้นทุนถูกที่สุด ประมาณ 4-5% แตกต่างจากกรณีเรามีภาระผ่อนชำระอยู่แล้วขอกู้เพิ่ม ส่วนกู้เพิ่มมักถูกคิดอัตราดอกเบี้ยอุปโภคบริโภค ซึ่งอยู่ประมาณ 12-15%

ขั้นตอนการรีไฟแนนซ์บ้าน

จะเริ่มต้นอย่างไร
หนึ่ง กรณียังผ่อนชำระต้องการรีไฟแนนซ์บ้านเืพื่อให้มีภาระผ่อนชำระน้อยลง (ไม่กู้เพิ่ม) กรณีนี้ท่านเพียงตรวจสอบกับธนาคารว่าที่ใดให้ อัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุด ในเงื่อนไขที่ดีที่สุด ก็ยื่นเอกสารกับธนาคารนั้นได้เลย
สอง กรณียังผ่อนชำระรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อนำส่วนต่างออกมาใช้จ่าย(กู้เพิ่มจากวงเงินเดิม) กรณีนี้ท่านมีภาระต้องดำเนินการอย่างน้อยสองประการคือ
1.ตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยและ เงื่อนไขที่ดีที่สุด จากธนาคาร
2.ยื่นเอกสารกับธนาคารเป้าหมายอย่างน้อย 3 แห่งขึ้นไปหรือมากกว่า
3.เลื่อกเอาธนาคารที่ให้วงเงินสูงที่สุด
ทำไมต้องยื่นหลายธนาคาร ..สมมติว่าธนาคารที่ท่านยื่น ให้เงื่อนไขว่าให้กู้ยืมได้ ไม่เกิน 110%ของราคาประเมิน ปัญหาคือ แต่ละธนาคารมีการประเมินราคาหลักทรัพย์แตกต่างกันเนื่องจากใช้บริษัทประเมินราคาคนละบริษัท ดังนั้น ราคาตั้งตั้นที่จะใช้คิดก็แตกต่างกัน (จากประสบการณ์ผู้เขียนเคยยื่นพร้อมกันประมาณ 5 ธนาคาร ผลลัพท์คือ ราคาประเมินธนาคารที่สูงที่สุดกับต่ำที่สุดแตกต่้างกันเกือบ 20%) นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมต้องยื่นหลายๆ ที่ พร้อม ๆ กัน
เกี่ยวกับบริษัทประเมินราคาบ้าน..ใครเป็นผู้ประเมินราคาทรัพย์สินของท่าน คำตอบคือบางธนาคารใช้ บริษัทประเมินราคาทรัพย์สินที่ได้รับความเห็นชอบจาก กลต (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) บางธนาคารใช้บริษัทประเมินราคาซึ่งเป็นบริษัทลูกของธนาคาร
จะรีไฟแนนซ์ได้วงเงินเท่าไร.ท่านจะทราบต่อเมื่อบริษัทประเมินราคาได้ทำการประเมินราคาทรัพย์สินของท่านแล้วโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 7-15 วันนับแต่วันที่ท่านยื่น ขอรีไฟแนนซ์ ค่าใช้จ่ายในการประเมินราคาทรัพย์สินประมาณ 2,500 บาท แล้วแต่ๆ ละธนาคาร

อัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมในการรีไฟแนนซ์ตามประกาศแต่ละธนาคาร ( ดอกเบี้ย /วงเงินกู้ )

ไม่เกินหนี้เดิม
MLR-1.7 / 1.9 (90-95%)
MRR-2,-2,-1,-0.5(ไม่เกินหนี้เดิม)
 

ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์บ้าน: ( UPDATE 15/01/2557 )

ชื่อธนาคาร / รายการ
MLR(%)
6.875%
6.875%
6.875%
6.88%
7.25%
6.875%
ค่าประเมินราคาทรัพย์สิน
2,500
1,000-2,555
2,700
2,700
3,000
ค่าธรรมเนียมจัดการวงเงินกู้
-
1,000-3,000
1,000-3,000
1,000-3,000
1,000-3,000
1,000-3,000
ค่าอากรแสตมป์ (ติดสัญญา)
200/1
200/1
200/1
200/1
200/1
200/1
ค่าจำนองที่่ดิน
1%
1%
1%
1%
1%
1%
ค่าปรับปิดบัญชีก่อนกำหนด
3%
3%
3%
3%
3%
3%
อื่นๆ (ค่าออกเช็ค,ค่านิติกรรม)
1,000-2,000
1,000-2,000
1,000-2,000
1,000-2,000
1,000-2,000
1,000-2,000
ประกันภัยประกันชีวิต
ตามนโยบาย
ตามนโยบาย
ตามนโยบาย
ตามนโยบาย
ตามนโยบาย
ตามนโยบาย
         
 
ชื่อธนาคาร / รายการ
 
MLR(%)
7.25%
7.5%
7.25%
7.5%
6.975%
ค่าประเมินราคาทรัพย์สิน
2,675
2,675
2,675
2,500
2,675
ค่าธรรมเนียมจัดการวงเงินกู้
1,000-3,000
1,000-3,000
1,000-3,000
1,000-3,000
1,000-3,000
ค่าอากรแสตมป์ (ติดสัญญา)
200/1
200/1
200/1
200/1
200/1
ค่าจำนองที่่ดิน
1%
1%
1%
1%
1%
ค่าปรับปิดบัญชีก่อนกำหนด
3%
3%
3%
3%
3%
อื่นๆ (ค่าออกเช็ค,ค่านิติกรรม)
1,000-2,000
1,000-2,000
1,000-2,000
1,000-2,000
1,000-2,000
ประกันภัยประกันชีวิต
ตามนโยบาย
ตามนโยบาย
ตามนโยบาย
ตามนโยบาย
ตามนโยบาย
 
         
ระยะเวลาในการดำเนินการ หลังจากยื่นเอกสาร 7-15 วันจะมีการประเมินราคาทรัพย์สิน อนุมัติและโอนกรรมสิทธิ์เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน หรือ ไม่เกิน 45 วันแล้วแต่ธนาคาร

เอกสารในการยื่นรีไฟแนนซ์บ้าน

1
สำเนาบัตรประชาชน/รัฐวิสาหกิจ/ข้าราชการพร้อมฉบับจริง
2
สำเนาทะเบียนบ้าน ทุกหน้า ทุกคนพร้อมฉบับจริง
3
สำเนาทะเบียนสมรส/ใบหย่า/ในมรณะบัตร/ใบแจ้งความแยกกันอยู่ พร้อมฉบับจริง
4
สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของคู่สมรสพร้อมฉบับจริง
5
สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล(ถ้ามี)พร้อมฉบับจริง
6
ใบรับรองเงินเดือน (ฉบับจริง) หรือ หนังสือผ่านสิทธิสวัสดิการข้อตกลง (ฉบับจริง)
7
สลิปเงินเดือนหรือหลักฐานการรับรองเงินเดือนปัจจุบัน 3 เดือน ย้อนหลัง(ฉบับจริง )
8
สำเนาบัญชีเงินฝากแสดงรายการย้อนหลัง 6 เดือน หลักฐานแสดงฐานะการเงินอื่น ๆ พร้อมฉบับจริง หรือ Statement พร้อมรับรอง
9
สำเนาทะเบียนการค้า/ทะเบียนบริษัท/ห้างหุ้นส่วนฯ(ภงต.90, 91, ทวิ 50, หนังสือหักภาษี ณ ที่จ่าย) *กรณีประกอบธุรกิจ
10
หลักฐานการเสียภาษีเงินได้พร้อมใบเสร็จตัวจริงจากกรมสรรพากร ย้อนหลัง 6 เดือน *กรณีประกอบธุรกิจ
11
รูปถ่ายกิจการ จำนวน 3-4 รูป *กรณีประกอบธุรกิจ
12
สำเนาในประกอบวิชาชีพ, ในอนุญาตประกอบการ *กรณีประกอบอาชีพส่วนตัว
13
ใบเสร็จการผ่อนชำระย้อนหลัง 24 เดือน(กรณีไถ่ถอน)
14
สำเนาโฉนดที่ดิน/นส.3ก/หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด/อช.2(2ชุด) พร้อมรับรองจาก สนง.ที่ดิน

ปัญหาเกี่ยวกับการยื่นกู้ และ ตัวผู้ยื่นกู้

ถาม
สมมติผ่อนชำระประมาณเดือนละ 10,000 บาทผุ้กู้ต้องมีรายได้อย่างน้อยเท่าไร
ตอบ
เมือหักภาระผ่อนชำระทุกอย่างแล้ว ผู้กู้ควรจะมีเงินเหลืออย่างน้อย 30% ของยอดผ่อนชำระ
ถาม
รายได้คนเดียวไม่พอกู้ ทำอย่างไร
ตอบ
กู้ร่วมได้ครับ พ่อ แม่ พี่น้อง สามีภรรยา ครับ( หากเป็นกรณีซื้อรถกู้ร่วมได้เฉพาะ พ่อแม่ สามีภรรยา )

ประกันประเภทต่างๆที่ขายควบคู่กับสินเชื่อบ้าน

1
อัคคีภัย เป็นความคุ้มครองพื้นฐานของลูกค้าสินเชื่อบ้าน
2
คุ้มครองวงเงินกู้ คือประกันชีวิตที่คุ้มครองลูกค้าธนาคารกรณีเสียชีวิต หรือ ทุพพลภาพ บริษัทประกันจะเป็นผู้ปลดภาระหนี้นั้นๆ
3
คุ้มครองการชดเชยรายได้ เป็นความคุ้มครองเพิ่มเติมชดเชยรายได้ให้แก่ผู้กู้กรณีไม่เสียชีวิตแต่ต้องหยุดทำงาน
4
คุ้มครองการว่างงาน คุ้มครองทั้งกรณีว่างงานและเสียชีวิต

ยอดผ่อนชำระต่อเดือน และ ต้องมีรายได้เท่าไรจึงจะกู้ได้

กราฟแสดงอัตราดอกเบี้ยกับเงินต้น
วิธีคิดค่าผ่อนชำระต่อเดือน สมมติว่า บ้านราคา 1,000,000 บาท ผ่อนชำระ 30 ปี ดอกเบี้ย 6.5% / ปี
1.คิดดอกเบี้ยต่อเดือน = 1,000,000 x 6.5%=65,000 บาท / ปี หรือ เท่ากับ 65,000 / 12 = 5,416 บาท / เดือน
2.คิดเงินต้นต่อเดือน = 1,000,000/30 ปี = 33,333 / ปี หรือ 33,333 / 12 =2,777 / เดือน
3.รวมอัตราผ่อนชำระต่อเดือน = 5,416+2,777= 8,193 / เดือน
4.ผู้กู้ต้องมีเงินเหลืออย่างน้อย 30% หลังจากผ่อนชำระบ้านดังนั้นต้องมีรายได้อย่างน้อย = (8,193 x 30%= 2,457)+8,193= 10,650 บาท
คิดง่าย ๆก็ประมาณ 100 เท่าของรายได้ต่อเดือน ครับผม นั่นคือ เงินเดือน10,000 บาท กู้ซื้อบ้านราคา 1,000,000 บาทได้ครับ
สูตรคำนวนคลิก

ประโยชน์ของการรีไฟแนน์บ้าน

1.ทำให้เราได้ดอกเบี้ยที่ถูกลงนั่นลง ภาระผ่อนชำระน้อยลง
2.กรณีที่รีไฟแนนซ์บ้านเพื่อต้องการเงินส่วนต่าง สามารถนำเงินส่วนต่างไปหมุนเวียนใช้จ่ายหรือหมุนเวียนในธุรกิจ
3.ในภาวะดอกเบี้ยสูง สามารถรีไฟแนนซ์ไปแบบดอกเบี้ยคงที่ตลอดอายุสัญญาป้องกันความเสี่ยงเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่ควบคุมไม่ได้

ข้อควรระวังในการรีไฟแนนซ์บ้าน

1.ควรคำนวนค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการรีไฟแนนซ์ให้ดี ฉะนั้นการรีไฟแนนซ์อาจจะไม่คุ้มค่า
2.MLR แต่ละธนาคารไม่เท่ากัน การเปรียบเทียบดอกเบี้ยหลังหมดโปรโมชั่นเช่น MLR-1 ของแต่ละธนาคารจึงไม่เท่ากัน
3.บางธนาคารท่านสามารถต่อรองดอกเบี้ยหลังหมดโปรโมชั่นได้ นั่นคือท่านอาจจะไม่จำเป็นต้องรีไฟแนนซ์ก็ได้
4.ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์บางธนาคาร มีโปรโมชั่นเช่น ฟรีจดจำนอง ( แต่จะรวมอยู่ในดอกเบี้ย ) เหมาะสำหรับท่านที่ไม่สะดวกเตรียมค่าจดจำนอง(1%)ในวันที่ต้องโอนกรรมสิทธิ์
5.ประกันภัยประกันชีวิตประเภทต่างๆที่ธนาคารขายคู่กับสินเชื่อเป็นเรื่องที่สามารถต่อรองได้ควรเลือกที่เหมาะสมกับท่าน
6.การรีไฟแนนซ์การระยะดอกเบียโปรโมชั่นปกติจะประมาณ 3%แต่บางธนาคารสูงถึง 5% ท่านต้องตรวจสอบให้ถี่ถ้วนการเลือกใช้

สรุปวิธีการรีไฟแนนซ์บ้านให้มีเงินเหลือ

  • สรุปวิธีการที่รีไฟแนนซ์เงินเหลือ
  • 1. ตรวจสอบต้นทุนการรีไฟแนนซ์เช่น ค่าปรับกรณีการรีไฟแนนซ์ก่อนกำหนด (3%) ค่าจำนอง หรือ ค่า ประกันภัยประกันชีวิต
  • 2. ตรวจสอบดอกเบี้ยโปรโมชั่นที่จะย้ายไปใช้บริการว่า อยู่ในอัตราที่ดีที่สุดในระบบหรือไม่
  • 3. ตวจสอบธนาคารดังกล่าวสามารถยื่นกู้ได้เกินกว่า หนี้เดิมหรือไม่ ถ้าได้ๆ มากแค่ไหน อัตราดอกเบี้ยส่วนที่เกินจากหนี้เดิมอยู่อัตราเท่าใด
  • 4. เมื่อทราบต้นทุนแล้ว ก็มาถึงการประเมินราคาสินทรัพย์(บ้าน) ยื่นกู้กับธนาคารที่ ใช้บริการประเมินราคาที่ให้ราคาประเมินทรัพย์สินของท่านอย่างยุติธรรมบางธนาคารใช้บริษัทประเมินของตนเองบางธนาคารใช้ประเมินนอก
  • 5. ทราบต้นทุน ทราบ ราคาประเมิน ทราบเงื่อนไขการยื่นกู้เกินหนี้เดิมแล้ว สิ่งสุดท้ายคือ ความสามารถในการผ่้อนชำระของท่าน รายได้ของท่านต้องเพียงพอที่จะชำระค่าสินเชื่อ ทั้งหมดที่ท่านประสงค์ที่จะยื่นกู้ ทั้งหมดนี้ คือ ส่วนที่ต้องคำนึง ถึง และตรวจสอบอย่างถี่่ถ้วนก่อนการยื่นกู้ก็จะทำให้ท่านได้เงื่อนไขที่ดี และ ได้อัตราดอกเบี้ยเหมาะสม พร้อมกับ วงเงินส่วนเกินทีนำมาหมุนเวียนได้ต่อไป

คำแนะนำ

  • สิ่งสำคัญของการทีี่เราต้องมีภาระหนี้สินในระยะยาวคืออัตราดอกเบี้ย ถ้าดอกเบี้ยของท่านไม่ได้เป็นแบบคงที่ตลอดอายุสัญญาท่านควรจะคอยตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดอย่างสม่ำเสมอ และควรติดตามแนวโน้มในระยะ 2-3 ปี ว่าอัตราดอกเบี้ยจะเป็นอย่างไร หากมีแนวโน้มสูงขึ้นมากๆ การรีไฟแนนซ์ถึงแม้ต้องมีอัตราค่าปรับในการรีไฟแนนซ์ก่อนกำหนด บางครั้งก็คุ้มค่า

 
" อยากได้สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านราคาสูงที่สุด ทำอย่างไร ลองโทรมาุคุยกันครับ 081-483-5775 "
ติดต่อ เจ้าหน้าที่ประสานงานสินเชื่อ CALL CENTER 02-194-5167-9 | 081-483-5775 LineID : Refinance.co.th
Staff | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อเรา | COPYRIGHT © 2012 REFINANCE.CO.TH